รีวิว: หนังที่เรารัก Your Name (2016) หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ

Image source: https://wall.alphacoders.com/big.php?i=737400

Your Name หรือ 君の名は (Kimi no Na wa) เป็นหนังอนิเมะเรื่องล่าสุดผลงานการกำกับของมาโกโตะ ชินไค (5 Centimeters Per Second) ซึ่งครองแชมป์ Box Office ติดต่อกันนานถึง  9 สัปดาห์ และเป็นหนังอนิเมะเรื่องแรกที่ไม่ได้ถูกสร้างโดย Studio Ghibli ที่สามารถทำรายได้เกินหมื่นล้านเยนในประเทศญี่ปุ่น 


ในบ้านเราเองนั้น  หนังก็ได้การตอบรับอย่างสูง  จากการที่ผู้ชมได้บอกต่อกันถึงความยอดเยี่ยมของหนังผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คจนได้รับการเพิ่มรอบและจำนวนโรงฉาย  ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับหนังอนิเมะญี่ปุ่นที่ฉายในประเทศไทย


เรื่องย่อ


ว่าด้วยเรื่องราวสายสัมพันธ์สุดเหลือเชื่อของเด็กหนุ่มและเด็กสาวสุดแตกต่าง ระหว่าง ทาคิ เด็กหนุ่มนักเรียน ม.ปลาย ที่เติบโตในเมืองโตเกียว กับ มิทซึฮะ เด็กสาว ม.ปลาย ที่ใช้ชีวิตในหุบเขาแถบชนบท ซึ่งแม้ทั้งสองดูจะมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองเหมือนกัน คือต่างแสวงหาการใช้ชีวิตในแบบของอีกคน ทั้งที่ทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กันเลย จนกระทั่งคืนหนึ่ง ในวันเกิดปรากฏดาวหางในรอบพันปี ทาคิและมิทซึวะต่างฝันว่าได้ใช้ชีวิตในแบบของอีกคน จุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ที่ไม่เห็นแต่สัมผัสได้จึงเริ่มขึ้น แม้พวกเขาไม่รู้ว่าคืออะไรหรือเป็นการบอกใบ้ใดก็ตาม… 


ทีแรกเราไม่ได้สนใจหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ  จนกระทั่งเห็นรีวิวจากเพจต่างๆ ทุกสำนักต่างยกคะแนนให้ 10/10 กับหนังอนิเมะเรื่องนี้  จนทำให้เราอยากไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่ามันจะดีงามอย่างที่เค้าอวยกันหรือป่าว  หลังจากที่ได้ดูแล้ว  บอกเลยว่ามีไม่บ่อยที่จะมีหนังซักเรื่องที่จะสั่นสะเทือนเข้าไปถึงความรู้สึก จนช่วยให้เราเปลี่ยนมุมมองหลายๆอย่างในชีวิต  และหนังเรื่องนี้ทำให้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ


พล็อตและตัวละคร


เนื้อเรื่องประเภทสลับร่างสร้างรักนี่เราก็เห็นกันมาเยอะแลัว  ทั้งจากหนังจากละคร  แต่กับหนังเรื่องนี้มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันหนังเรื่องอื่นโดยที่การสลับร่างของตัวเองมาในรูปแบบของความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งตื่น  และทั้งสองสร้างความผูกพันธ์ผ่านการใช้ชีวิตของฝ่ายตรงข้ามโดยที่ไม่ได้เคยเจอกันด้วยซ้ำ  สิ่งที่น่าประทับใจคือการที่ตัวเอกได้ใช้ชีวิตในฝันของตัวเองผ่านร่างของอีกคน  ต่างคนต่างค่อยๆ สร้างความรักความผูกพันกันคนรอบตัว  และตัวตนของอีกฝ่ายขึ้นมาทีละน้อย  โดยที่ตัวเอกทั้งสองไม่เคยได้เจอกันด้วยซ้ำ


เมื่อตื่นขึ้นพวกเขาจะจำเรื่องราวระหว่างการสลับร่างไม่ได้  จึงทำให้คิดว่าเป็นเพียงฝัน เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าทั้งหมดอาจจะไม่ใช่ความฝัน  ทั้งสองจึงบันทึกเรื่องราวระหว่างที่ตัวเองใช้ชีวิตอยู่ในร่างของอีกคนในโทรศัพท์มือถือให้อีกฝ่ายได้ทราบว่าในแต่วันที่สลับร่างกันได้ไปทำอะไรมาบ้าง  ทำให้ทั้งคนดูและตัวเอกต่างรู้สึกผูกพันกับความสัมพันธ์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ


ปกติเวลาดูหนังหรือละครญี่ปุ่น เรามักจะไม่ชอบในการเล่นใหญ่ในสไตล์บ้านเค้า  แต่พอบุคลิกเหล่านั้นมาในรูปแบบของตัวละครอนิเมะมันกลับดูไม่น่าขัดใจ (คงเพราะเราคุ้นกับการ์ตูนญี่ปุ่นกัน)  อันที่จริงตัวละครในหนังเรื่องนี้ดูอาจจะเป็นธรรมชาติมากกว่าหนังที่เป็นคนแสดงหลายๆเรื่องซะอีก  เสียงพากษ์ญี่ปุ่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตัวละครทุกตัวดูน่าเชื่อถือขึ้นมามาก


ตัวละครสำคัญที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือเมืองต่างๆที่ปรากฎในหนังที่ถอดแบบมาจากสถานที่จริงหลายๆแห่ง ทั้งในชนบทและตัวเมืองใหญ่ล้วนถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสวยงามและเข้าถึงเสน่ห์ของเมืองเหล่านั้น  เชื่อว่าจะต้องมีทริปตามรอยอนิเมะเรื่องนี้อย่างมากมายแน่นอน


งานวิชวล



สิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังตรึงเข้าไปในใจคนดูก็คงต้องยกความดีให้งานด้านภาพ ที่ไม่เกินเลยหากจะบอกว่าต้องไปดูโรงซักครั้งให้เห็นด้วยตาตัวเอง  


ผู้สร้างสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาโดยนำการใช้มุมกล้องแบบหนังคนแสดงมาใช้กับหนังอนิเมะ  และล้ำไปกว่านั้นคือการนำความเซอเรียลแบบการ์ตูนมาผสมลงไปในหลายๆฉาก  โดยเฉพาะฉากท้องฟ้าต่างๆ  ทั้งตอนที่ดาวหางเดินทางผ่านโลก  หรือการสร้างฉาก timelapse ในรูปแบบภาพวาดซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน  มันสวยงามชวนให้ตะลึงและช่วยซัพพอร์ทบรรยากาศในเรื่องได้อย่างเหลือเชื่อ  อยากกราบคนทำภาพเรื่องนี้มากกกก



ดนตรีประกอบ


ครั้งสุดท้ายที่อินกับ OST (Original Soundtrack) ของหนังซักเรื่องก็ต้องย้อนไป นู้น  ซาวน์แทร็คจาก Great Expectations ปี 1998 (เดาอายุกันได้เลยทีเดียว)   แต่ดนตรีประกอบของ Your Name ที่บรรเลงโดยวง Radwimps นี่มันซึมซับเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหนังอย่างแยกไม่ออก  ทันทีที่ซีนสุดท้ายของหนังจบลงพร้อมกับดนตรีของ Radwimps ขึ้น  ต้องมีคนปล่อยโฮออกมาแน่นอน (เรายังแค่ปาดน้ำตาเอง)   


กลับบ้านมาถึงกลับต้องกดซื้อจาก iTune Store กันเลย  ซึ่งไม่นานหลังจากหนังออกฉายทำให้อัลบั้ม Your Name ของ Radwimps นั้นขึ้นอันดับหนึ่งใน iTune Store เลยทีเดียว


ดนตรีส่วนใหญ่ในอัลบั้ม  ให้บรรยากาศเหงาจับใจยิ่งนัก  ยิ่งถ้าได้ดูหนังมาแล้ว  เหมือนโดนเสียงเพลงกรีดเข้าไปในหัวใจให้รู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาเลย  แต่ก็ยังมีเพลงสนุกๆ อยู่ ซึ่งถ้าได้เข้าไปดูโรงหนังจะมีซับไตเติ้ลบรรยายในส่วนของเนื้อเพลงด้วย  ซึ่งเนื้อเพลงก็แต่งมาให้เข้ากับเนื้อเรื่องและสื่อถึงความหมายต่างๆที่แฝงอยู่ในหนังเป็นอย่างดี



สรุป


มันเป็นขั้นสุดของความละเมียด  ประณีตในทุกซีน  เหมือนเสพงานศิลป์ชั้นดีบนจอภาพยนตร์ (ก่อนหน้านี้ก็มี Mad Max: Fury Road ที่เรารู้สึกคล้ายๆกัน) เรียกว่าเข้าไปดูงานภาพหรือแค่ฟังดนตรีก็คุ้มแล้ว ความประณีตของผู้สร้างได้ถูกส่งผ่านมาถึงผู้ชมจนสามารถสัมผัสได้  เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หนังประสบความสำเร็จอย่างสูง    


แต่สิ่งที่เราชอบที่สุดกลับเป็นประเด็นต่างๆที่สอดแทรกไว้ในหนังอย่างแยบยล  เช่น  การใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของคนเมืองกับคนในชนบทญี่ปุ่น  ที่ต่างฝ่ายกลับโหยหาชีวิตในอีกด้าน     การแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของคนญี่ปุ่นในความผูกพันธ์กันอย่างลึกซึ้งระหว่างคนกับธรรมชาติในระดับร่างกายจนถึงจิตวิญญาณ  หรือการที่หนังเป็นเหมือนบันทึกหน้าหนึ่งของยุคสมัยของเราอย่างสมจริงไม่ว่าจะเป็น การเห็นตัวเอกใช้งานโทรศัพท์ iPhone ในการบันทึกเรื่องราวประจำวัน  การใช้ GPS นำทาง  การถ่ายรูปอาหารก่อนกิน การใช้ LINE ติดต่อกัน ฯลฯ


หลายคนบอกว่าหนังเรื่องนี้มีพลังทำลายล้างคนโสด  เป็นตัวจุดระเบิดต่อมความเหงา​ประมาณนั้น   แต่เรากลับเห็นว่าหนังมันให้ข้อคิดและความรู้สึกดีๆทั้งคนโสดและคนมีคู่นะ    คนมีคู่ถ้าได้ดูแล้วจะเห็นคุณค่าและความมหัศจรรย์ของการที่เราได้พบได้เจอใครอีกคนที่จักรวาลส่งเค้ามาเคียงข้างเรา   ส่วนคนโสดคงได้เห็นคุณค่าของการอดทนรอคอย  ไม่รีบร้อนสร้างความสัมพันธ์อย่างฉาบฉวย  แต่เลือกที่จะเก็บความรักไว้ให้ใครซักคนที่เรารู้ว่าเค้าจะเห็นและรู้จักรักษาหัวใจของกันและกัน  จะห้าปีหรือสิบปี  คนที่ใช่ยังไงก็ต้องมา  เมื่อเจอกันแล้ว  วันนั้นเราจะได้รู้ว่าผลของการอดทนนั้นหอมหวานเพียงใด

Oadtz (https://www.oadtz.com)

A Software Engineer and Photographer