7 ข้อที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาชีพโปรแกรมเมอร์

Image source: https://pixabay.com/en/work-typing-computer-notebook-731198/

นักพัฒนาโปรแกรมหรือโปรแกรมเมอร์ (Programmer) เป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับความนิยม และเป็นหนึ่งในสายงานที่กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกปัจจุบัน

แต่ถึงอย่างนั้น จากประสบการณ์ตรงของผม อาชีพเราดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่ลึกลับสำหรับคนที่อยู่นอกวงการ ผมได้ลองนึกรวบรวมออกเป็น 7 ข้อที่หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับพวกเรา ซึ่งอาจจะช่วยให้หลายๆคนเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อโปรแกรมเมอร์ได้ครับ


1. โปรแกรมเมอร์ซ่อมคอมพิวเตอร์เป็นทุกคน


เป็นเรื่องที่ผมถูกเข้าใจผิดมากที่สุดครับ ไม่ปฏิเสธว่าโปรแกรมเมอร์หลายคนเป็นเซียนทางฮาร์ดแวร์จริงๆครับ ในขณะที่อีกหลายๆคน เช่นผม ซึ่งด้วยสายที่เรียนและอาชีพที่ทำ เราจะถนัดทางพัฒนาซอฟท์แวร์มากกว่าครับ ถ้าเป็นปัญหาที่พื้นฐานจริงๆ โปรแกรมเมอร์ก็ควรจะมีทักษะในการแก้ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ได้มากกว่าบุคคลทั่วไป แต่ก็ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์ทุกคนนะครับ บางคนก็ยังต้องแบกเครื่องไปให้ช่างที่เค้ารับซ่อมคอมพิวเตอร์เป็นอาชีพช่วยแก้ปัญหาเหมือนคุณๆแหละครับ

2. โปรแกรมเมอร์ใช้โปรแกรมเป็นทุกโปรแกรม


บางทีที่คุณๆ เข้าไปหาโปรแกรมเมอร์เพื่อถามถึงวิธีใช้โปรแกรม ปรากฎว่าโปรแกรมเหล่านั้นเราเองก็ไม่เคยใช้ หรือไม่รู้จักชื่อเลยด้วยซ้ำ ทีนี้พอโปรแกรมเมอร์ตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งคิดว่า เราปลอมใบปริญญามารึป่าว จะบอกว่ามันเป็นเรื่องปกตินะครับ เพราะเวลาที่เราเรียนเขียนโปรแกรมกันมา ส่วนใหญ่เราเรียนหลักการครับ เราไม่ได้เรียนวิธีใช้ตัวโปรแกรม และเป็นไปไม่ได้เลยที่คนคนหนึ่งจะรู้จักทุกโปรแกรมบนโลกนี้ โปรแกรมเมอร์บางคนก็ทำงานกับโปรแกรมแค่ไม่กี่ตัวเองครับ คุณๆหลายคนอาจจะรู้มากกว่าเราด้วยซ้ำ :)

3. โปรแกรมเมอร์ต้องเก่งเลข


โปรแกรมเมอร์หลายๆคน เช่นผม ก็เกือบเอาตัวไม่รอดตอนเรียนเพราะวิชาเกี่ยวกับตัวเลขนี่แหละครับ และข้อสำคัญที่บอกได้เลยว่าเป็นโปรแกรมเมอร์ไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ คือ ถ้าโปรแกรมต้องการคำนวณอะไรที่มันซับซ้อนมากๆล่ะก็ เราจะเขียนโปรแกรมเพื่อให้เครื่องคำนวณแทนเราครับ

4. โปรแกรมเมอร์เป็นคนเครียด


คงเป็นเพราะงานที่ดูเหมือนจะเครียด เลยพาลทำให้คนภายนอกคิดว่าเราเป็นคนเครียดไปด้วย จริงๆแล้วโปรแกรมเมอร์ก็เป็นมนุษย์ทั่วไปนี่ล่ะครับ ที่มีทั้งคนอารมณ์ดี​ คนที่อารมณ์เสียตลอดเวลา แต่การที่โปรแกรมเมอร์ชอบทำงานเงียบๆ หรือทำงานเวลากลางคืนแล้วนอนดึกๆ นั่นเป็นเพราะว่าการเขียนโปรแกรมก็เหมือนงานศิลปะครับ ที่ส่วนใหญ่ต้องการสมาธิค่อนข้างมาก คนที่รักการเขียนโปรแกรมจริงๆแล้ว เค้าอารมณ์ดีเวลาเขียนโปรแกรมนะครับ

5. โปรแกรมเมอร์ชอบคุยกับเครื่องมากกว่าคุยกับคน


ในสายงานพัฒนาโปรแกรม จริงๆแล้วจะประกอบด้วยกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ต่างๆกันไปครับ บางคนก็มีหน้าที่เขียนโปรแกรมอย่างเดียว บางคนก็มีหน้าที่คุยกับลูกค้าแล้วมาออกแบบเป็นโปรแกรมที่ลูกค้าต้องการ หรือบางคนก็ต้องทำหลายๆหน้าที่พร้อมๆกัน คนที่มีหน้าที่ในเขียนโปรแกรมโดยตรง เค้าก็ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าเครื่อง เลยอาจจะทำให้คนมองว่าคนพวกนี้ไม่ชอบคุยกับคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะจริงสำหรับบางคน แต่หลายๆคนที่ผมรู้จัก ถ้าลุกจากเครื่องเมื่อไหร่ เค้าก็ชอบเม้าท์ชอบคุยเหมือนคนทั่วๆไปนี่ล่ะครับ

6. โปรแกรมเมอร์ต้องติสท์


ติสท์ในที่นี้คือเข้าถึงยาก หรือคิดอะไรไม่เหมือนคนทั่วไป อันนี้ผมว่าเป็นปกติของคนที่ทำอาชีพในสายงานเฉพาะทาง เช่น แพทย์ก็จะมีมุมมองต่อสุขภาพ หรือต่อร่างกายมนุษย์แตกต่างกับคนทั่วไป โปรแกรมเมอร์เองถูกฝึกมาให้มีวิธีคิดแบบเป็นตรรกะ คือมีวิธีคิดในการทำงานอะไรซักอย่าง ออกมาเป็นโครงสร้างมากกว่าคนทั่วไป แต่เราก็ไม่ได้ใช้วิธีคิดแบบนั้นกับทุกๆ เรื่องในชีวิตนะครับ ตัวผมเองก็ยังดูละครช่องสาม ไม่ได้นั่งดูแต่คีย์โน้ตของสตีฟ จอบส์ และก็ยังอ่านนิยายรักมุ้งมิ้งและดูดวงรายวัน ไม่ได้อ่านเป็นแต่หนังสือคอมพิวเตอร์
สำหรับโปรแกรมเมอร์หลายๆคน เมื่อคุณเห็นเค้าอยู่นอกเวลางาน คุณอาจจะบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเค้าทำอาชีพอะไร

7. โปรแกรมเมอร์ต้องไส้แห้ง


ข้อนี้อยากจะฝากไปถึงน้องๆรุ่นใหม่หลายๆคน ที่อุตส่าห์เรียนสายนี้จนจบมาแล้วแต่กลับไม่อยากมาเป็นโปรแกรมเมอร์ เพราะคิดว่า “โปรแกรมเมอร์ไทยทำงานหนัก เงินเดือนน้อย” ผมจะบอกได้เลยว่าคำพูดนี้ไม่ถูกต้องเสมอไปนะครับ โดยเฉพาะยุคนี้ (พ.ศ. ​2558) ตลาดยังต้องการโปรแกรมเมอร์เก่งๆอีกมาก และยังมีคนที่เค้าพร้อมที่จะจ่ายค่าตัวให้สูงๆสมราคาถ้าคุณมีคุณภาพจริง อาชีพโปรแกรมเมอร์ก็เหมือนทุกอาชีพแหละครับที่คนส่วนใหญ่จะได้เงินแค่พอใช้ แต่เพื่อนร่วมอาชีพนี้หลายๆคนที่ผมรู้จักก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเราสามารถได้ทำเงินหลักแสนต่อเดือนได้สบายๆ ด้วยงาน “เขียนโปรแกรม” :)
Oadtz (https://www.oadtz.com)

A Software Engineer and Photographer