รีวิว: บันทึกความทรงจำด้วย Photo Book สั่งตรงจาก Flickr.com

Flickr เป็นเว็บไซต์ยอดนิยมของนักถ่ายภาพทั่วโลก  เพราะให้เราอัพโหลดรูปขึ้นในขนาดเต็มและยังใจดีให้พื้นที่จัดเก็บรูปฟรีๆถึง  1 TB  เราเองก็ใช้พื้นที่ฟรีของ Flickr มาได้ซักพักใหญ่และก็สังเกตุมานานแล้วว่านอกจาก Flick จะให้บริการเก็บรูปภาพแล้ว  ยังมีบริการ print รูปออกมาเป็นแบบต่างๆ ได้แก่ Photo Book และ Wall Art อีกด้วย


ย้อนกลับไปหลายปีก่อนที่เราจะเริ่มสนใจการถ่ายรูปแบบทุกวันนี้   รูปที่ถ่ายมาทั้งหมดก็จะเอาไปเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์บ้าง  อัพโหลดขึ้น Hi5 หรือ facebook บ้าง  มีน้อยครั้งที่เราเลือกรูปที่ชอบไปอัดในร้านอัดภาพ   จนกระทั่งวันหนึ่งฮาร์ดไดรฟ์เจ้ากรรมดันลาโลกไปแบบถาวร  ถึงเราจะกู้ข้อมูลกลับมาจำนวนหนึ่ง  แต่รูปที่ไม่สามารถกู้ได้  ก็ได้หายไปตลอดกาล  

จากนั้นมาเราก็จะพยายามอัพโหลดรูปขึ้น Social Network เท่าที่จะทำได้  แต่ปัญหาของ Social Network แทบทุกเจ้า คือ ภาพที่ถูกอัพโหลดขึ้นไปจะถูกบีบอัดทำให้คุณภาพหายไปอย่างน่าเกลียด   จนกระทั่งเราได้รู้จักกับ Flickr.com และติดใจในบริการจนใช้เรื่อยมา  และเมื่อเราเริ่มที่จะสนใจการถ่ายรูปอย่างจริงจังขึ้น  ในปี 2016 เราได้ตั้งเป้าหมายของตัวเองไว้  3 ข้อด้วยกัน  ซึ่งหนึ่งในนั้นคือความตั้งใจที่จะรวบรวมรูปถ่ายผลงานตัวเองที่ชอบ แล้วพิมพ์ออกมาเป็น Photo Book เพื่อเก็บไว้  เราจึงไม่ลังเลที่จะลองใช้บริการทำ Photo Book ของ Flickr



วิธีการสร้าง Photo Book ของ Flickr


ไม่มีอะไรจะง่ายไปกว่านี้อีกแล้ว  เริ่มต้นเมื่อเรา Login เข้าสู่ระบบของ Flickr เราก็จะเห็นเมนู Creations เด่นเลย  จากนั้นเราก็เลือก Photo Books เพื่อเริ่มต้นสร้าง Photo Book ของเรา


จากนั้นก็เลือก Make a Book 


โดยเราสามารถเลือกจากสร้าง Photo Book จาก Album ภาพที่เราเคยอัพโหลดไว้แล้ว หรือจะอัพโหลดรูปเข้าไปใน Album ใหม่เลยก็ไดั

ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกชื่อ Photo Book และเรียงลำดับภาพ




ข้อเสียอย่างนึงที่เจอคือรูปแบบของปกหน้า-หลังที่ไม่ยืดหยุ่นเท่าไหร่  ในส่วนของปกหน้า  เราไม่สามารถเลื่อนตำแหน่งของข้อความได้  และปกหลังนั้นเป็นได้แค่หน้าว่างๆ(กับโลโก้ของ Flickr) ไม่สามารถใส่รูปได้

แต่ข้อดีของระบบของ Flickr คือมันง่ายมาก  เราใช้เวลาไม่นานเลยในการสร้าง Photo Book หนึ่งเล่ม  จากนั้นก็จ่ายตังเป็นอันเสร็จสิ้น



ราคา


สำหรับ 1-20 รูปแรกจะคิดราคาเหมาจ่ายเลยที่ 34.95 US Dollar จากนั้นจะคิดเพิ่มหน้าละ 50 Cent  ดังนั้นใครที่อยากจะลองสั่งทำเราแนะนำให้สั่งพิมพ์ตั้งแต่ 20 รูปขึ้นไปจะคุ้มกว่า



การจัดส่ง


การจัดส่งของ Flickr จะใช้บริการของ FedEx ในการส่งจาก US มาเมืองไทย  ซึ่งมีสองออฟชั่นให้เลือกคือ ส่งแบบปกติ (10-14 วันทำการ) คิดที่ 30.99 US Dollar และแบบด่วนพิเศษ (5-8 วันทำการ) คิดที่ 34.99 US Dollar  

เราอยากเห็นรูปไวๆ เลยยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเลือกการส่งแบบด่วน   เราสั่งรูปไปเย็นวันอาทิตย์  พัสดุมาถึงมือเราในบ่ายวันศุกร์ (จริงๆแล้วมาจะมาส่งให้ตั้งแต่พฤหัสแต่เราไม่ได้อยู่รับ เลยให้เค้ามาส่งวันศุกร์) สิริรวมเวลาทั้งสิ้นแค่ 5 วัน  ความเร็วในการส่งอยู่ในขั้นน่าประทับใจ

พัสดุก็ได้รับการแพ็คมาอย่างดีตามมาตรฐานของ บ.​จัดส่งเอกชน



คุณภาพของ Photo Book


เมื่อแกะห่อเสร็จสรรพ  ความประทับใจแรกคือส่วนของปกกันฝุ่นเป็นกระดาษมันคุณภาพดี ซึ่งเป็นรูปเดียวกันหน้าปกใน  ส่วนของปกในเป็นกระดาษมันปกแข็ง มาตรฐานเดียวกับ Photo Book ที่ขายในร้านหนังสือเลย งานเข้าเล่มนั้นสวยมากกกก  



ขนาดของ Photo Book คือ 11x8 นิ้ว  ขนาดประมาณนิตยสารเล่มใหญ่  หน้าแรกและหน้าสุดท้ายจะเป็นหน้าเปล่าสีดำก่อนจะเปิดไปเจอรูปจริงซึ่งกระดาษที่ใช้เป็นกระดาษพิมพ์อย่างดีแบบด้าน (ตอนแรกเราแอบคิดไว้ว่าจะเป็นกระดาษแบบ Glossy แบบเดียวกับปกเลยผิดหวังนิดหน่อย)  เราสั่งไป 142 รูป  พิมพ์ออกมาก็ไม่หนามาก  นำหนักทั้งหมดก็กิโลนิดๆ


ภาพที่ออกมาคมชัดดีมาก  แต่ด้วยความที่เราชินกับหน้าจอ Retina Display ของ Macbook เลยทำให้รู้สึกว่าดูบนจอจะสวยกว่า และรูปใน Photo Book จะดูมืดกว่านิดนึง  ข้อเท็จจริงก็คือจอโน้ตบุ้คนั้นเล็กกว่า Photo Book ดังนั้นภาพที่แสดงออกมาเลยมองไม่ค่อยเห็นจุดบอดเท่ากับการพิมพ์เป็นหนังสือ  อารมณ์เหมือนดู DVD บนจอเล็กๆแล้วรู้สึกว่าช้ดกว่าจอใหญ่ๆอ่ะแหละ


ภาพที่จะนำมาพิมพ์ใน Photo Book ควรจะมีคุณภาพและความละเอียดสูงพอสมควร ซึ่งเราว่าอย่างน้อยควรจะเป็นภาพความละเอียดตั้งแต่ 16 เมกะพิกเซลขึ้นไป  อย่างในกรณีของเรา  ภาพที่สั่งมาชุดนี้ถ่ายด้วยกล้อง 3 ตัว  ซึ่งมีความละเอียดต่างกัน โดยภาพที่ละเอียดน้อยที่สุดอยู่ที่ 20 เมกะพิกเซล   เราสังเกตุได้เลยว่ายิ่งภาพต้นฉบับมีคุณภาพดีจะให้ภาพที่พิมพ์ออกมาแล้วสวยกว่าอย่างเห็นได้ชัด   ถ้าภาพความมีละเอียดต่ำหรือน้อยซ์ในภาพเยอะ  ต่อให้เราดูในจอโน้ตบุ้คเล็กๆแล้วสวย  แต่พอมาพิมพ์เป็นรูปขนาดใหญ่ ข้อด้อยในภาพจะถูกแสดงให้เห็นชัดขึ้นออกมาเลย   

สำหรับเราแล้ว เรามองเห็นด้านบวกของเรื่องนี้ว่าเรายิ่งต้องตั้งใจพัฒนาฝีมือถ่ายภาพของเราให้ดียิ่งขึ้น  เพื่อให้ภาพใน Photo Book ในปีต่อๆไปออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ



สรุป


โดยรวมเราประทับใจกับระบบต่อยอดบริการของ Flickr ตัวนี้นะ  มันไม่ได้เหมาะแค่กับคนที่รักการถ่ายภาพ  แต่รวมไปถึงทุกๆคนที่อยากจะเก็บรูปภาพที่เป็นความทรงจำดีๆ ไว้ในรูปแบบของ Photo Book หรือคนที่อยากหาของขวัญดีๆให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนฝูง  Photo Book ที่ได้ออกมานี้สวยมาก  ควรค่าแก่การเก็บรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง

เราเองตั้งใจไว้ว่าจากนี้ไปคงจะเก็บรูปภาพที่ชอบไว้ในรูปแบบ Photo Book มากขึ้น  และอาจจะลองใช้บริการของเจ้าอื่นดูบ้างในอนาคตเพื่อลองเปรียบเทียบแล้วมารีวิวให้ทุกคนให้ดูกัน


สิ่งที่ชอบ

  • ความง่ายของระบบการสร้าง Photo Book
  • การจัดส่ง รวดเร็ว ตรงตามที่ระบุไว้
  • คุณภาพของ Photo Book อยู่ในระดับดีเยี่ยม

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • Photo Book มีให้เลือกแค่ขนาดเดียว
  • ปกหน้ากับปกหลังที่บังคับให้ใช้แค่รูปแบบเดียวเท่านั้น  ปรับเปลี่ยนอะไรไม่ได้
  • ราคา + ค่าจัดส่ง = อ่วม
  • พิมพ์รูปได้แค่จากรูปที่อัพโหลดขึ้นใน Flickr เท่านั้น  ยังไม่สามารถ import รูปมาจาก Social Network หรือ Cloud Storage อื่นๆได้




Oadtz (https://www.oadtz.com)

A Software Engineer and Photographer