Macbook Pro 2016 แม้คบุ้คสำหรับโปร ?

ต้องขอออกตัวก่อนว่าผู้เขียนเองเป็นแฟนผลิตภัณฑ์ของ Apple มาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในไลน์ Macbook

เราเริ่มต้นใช้งาน Mac OSX ครั้งแรกใน Macbook Air ปี 2013  และอัพเกรดมาเป็นเครื่องปัจจุบันคือ  Macbook Pro Retina Display รุ่นปี 2014  สิ่งที่เราชอบในฐานะที่เราใช้งานทั้งในส่วนของการทำงานในด้านการพัฒนาเว็บแอพพิลเคชั่นบน Mac OSX (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น macOS) ที่มีพื้นฐานเป็น Linux แต่ก็มีเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ  รวมถึงระบบติดต่อผู้ใช้ที่สวยงามและมีความเสถียรสูง  ในส่วนของการใช้งานเพื่อตกแต่งภาพถ่ายนั้นจอ Retina Display ของ Macbook Pro เป็นอะไรที่สุดยอดมาก  ทำให้ Macbook Pro เป็นแลปท้อปที่ตอบสนองต่อตามความต้องการทั้งสองด้านได้อย่างยอดเยี่ยม


ดังนั้นเราเองก็รอคอยการมาของ Macbook Pro รุ่นใหม่ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2016 พร้อมๆกับเหล่าสาวกทั้งหลาย  เหล่านักพัฒนาโปรแกรมและช่างภาพนับไม่ถ้วนทั่วโลกเช่นกัน  แต่กลับกลายเป็นว่า Apple ภายใต้การนำของ Tim Cook ได้พัฒนา Macbook Pro ไปสู่สินค้าพรีเมี่ยมที่ทำให้เราเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นยังเป็นกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็นมือโปรอย่างที่ชื่อมันบ่งบอกหรือป่าว  นี่คือเหตุผลที่ทำให้เราคิดอย่างนั้น


ตัดปุ่ม ESC และย้ายไปอยู่ใน Touch Bar แทน


No Physical ESC Key


แม้ว่าปุ่ม ESC จะไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง  แต่การที่มันถูกย้ายจาก Physical Key ไปอยู่รวมใน Touch Bar  ซึ่งจะแสดงผลตามโปรแกรมที่รันอยู่  ย่อมส่งผลต่อความเร็วในการทำงานของนักพัฒนาโปรแกรมลงไม่มากก็น้อย  โดยเฉพาะนักพัฒนาโปรแกรมสาย Unix ที่ถนัดกับการใช้งานโปรแกรม vi บนเครื่อง server (เราเองยังใช้ vi ใน terminal ของ macOS เลย)  ยังไม่รวมถึง ESC นั้น ถูกใช้เป็น shortcut key ในหลายๆโปรแกรมอีก  ดูเหมือนทางเดียวที่จะทำให้เรารู้สึกว่าเรายังคงมีปุ่ม ESC key ที่เป็น physical อยู่  คือการ customize ปุ่มอื่นให้ไปเป็นการเรียกใช้ ESC หรือไม่ก็ต่อคีย์บอร์ดภายนอกซะเลย


ไม่มีช่องเสียบ SD Card


No SD Card Slot


เป็นฝันร้ายของบรรดาช่างภาพเมื่อ Apple ตัดสินในเอาช่องเสียบ SD Card ออกไปจาก Macbook Pro รุ่นใหม่ทั้งหมด  โดย Phil Schiller (รองประธานอาวุโสของ Apple) ให้เหตุผลว่า Macbook ไม่ต้องการพอร์ทนี้และมันเกะกะ   Schiller ยังบอกอีกว่ากล้องถ่ายรูปรุ่นใหม่ๆสนับสนุนการถ่ายโอนภาพทาง wireless อยู่แล้ว   ซึ่งเราเองที่ถ่ายภาพมาได้ระยะนึงแล้ว บอกได้เลยว่าการโอนรูปผ่านกล้องด้วย wifi หรือ blutooth นั้นไม่ใช่ทางเลือกหลักของช่างภาพแน่นอน  เพราะกล้องส่วนใหญ่ในตลาดปัจจุบันจะไม่สามารถถ่ายภาพได้ในระหว่างโอนไฟล์   นึกถึงเวลาที่คุณต้องการโอนไฟล์ทั้ง SD Card ลงเครื่อง Macbook Pro สิ  คุณต้องนั่งรอจนกว่าไฟล์ทั้งหมดจะถูกบันทึกลงเครื่องเรียบร้อยแล้วจึงจะใช้งานกล้องได้ แล้วยังเปลืองแบตกล้องอีกต่างหาก


แรมสูงสุดที่ 16GB และยังไม่ได้ DDR4


Maxout 16GB of Ram


หากคุณเป็นนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในปัจจุบันแล้ว  คุณคงจะบอกได้ว่าเครื่องมือพัฒนาต่างๆในปัจจุบันต้องการแรมหรือหน่วยความจำมากมายขึ้นขนาดไหน  นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นหลายๆคนมีความจำเป็นที่จะต้องติดตั้งและรัน VM พร้อมกันหลายๆตัว  รวมไปถึงนักถ่ายภาพ นักตัดต่อวิดีโอที่เครื่องมือต่างๆนั้นบริโภคแรมมากมายมหาศาลและจะมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต   นั่นอาจจะทำให้พูดได้ว่าแรม 16GB นั้นมันเริ่มจะไม่เพียงพอ  แม้ SSD รุ่นใหม่ใน Macbook Pro นั้นจะมีความเร็วขึ้นมาก  แต่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันจะทำงานทดแทนแรมได้เลยหรือป่าว


ลาก่อน HDMI, Macsafe Connector


Bye, Macsafe Connector


Macsafe Connector เป็นระบบเชื่อมต่อสายไฟจากอะแดพเตอร์เข้าสู่ตัวเครื่องโดยใช้แม่เหล็กเป็นกลไกยึด  สิ่งนี้เป็นฟีเจอร์ที่ Steve Jobs ภูมิใจนำเสนอและเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของ Macbook มานาน  Jobs นั้นได้ไอเดียมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ระบบเดียวกันนี้  หากผู้ใช้งานเผลอสะดุดสายไฟเข้า ตัวเครื่องก็จะไม่ถูกกระชากกระเด็นไปด้วย   ซึ่ง Macbook Pro รุ่นใหม่ทั้งหมดจะแทนที่ Macsafe ด้วยพอร์ท USB-C (Thunderbolt 3)  เราเชื่อว่าหลายคนคงเป็นแบบเราที่เผลอสะดุดสายไฟ Macbook Pro บ่อยๆ  หรือบางครั้งที่ต้องยกเครื่องไปมาอย่างรวดเร็ว  การมี Macsafe ก็ช่วยป้องกันความเสียหายจากความเลินเล่อตรงนี้ได้ระดับนึงเลยนะ  ซึ่งจากนี้ไปถ้าใครยังคิดถึง Macsafe ใน Macbook Pro รุ่นใหม่ก็คงต้องหาตัวแปลงจาก USB-C มาเป็น Macsafe อีกทีนึงมาใช้แทน

ส่วนของพอร์ทแสดงผลภาพยอดนิยมอย่าง HDMI ก็ตกสถานะไม่ได้ไปต่อและถูกแทนที่ด้วย USB-C เช่นเดียวกัน   คนที่ชอบต่อแล็บท้อปกับจอภาพภายนอกก็คงต้องหาสายแปลง USB-C Digital AV Multiport Adapter มาพกเพิ่มเพื่อใช้งานเช่นกัน



ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เหมือนจะเป็นความพยายามในการเปลี่ยนแปลงโลกอีกครั้งของ Apple หลังจากการตัดช่องเสียบหูฟังออกจาก iPhone 7   เพียงแต่หลังๆนี้ Apple เลือกที่จะตัดสิ่งที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและดูจะเป็นเอกลักษณ์ของ Apple ออกไป  แทนที่จะนำเสนอสิ่งที่ใหม่ๆที่ผู้บริโภคไม่รู้ทันตัวว่าต้องการอย่างที่ Steve Jobs เคยทำให้เราร้องว้าวได้ตลอดมา


สำหรับเราแล้วคงขอข้าม Macbook Pro รุ่นนี้ไปก่อนและรอเวอร์ชั่นถัดไป   แต่อย่างไรก็ดี  ความเห็นทั้งหมดอาจจะเปลี่ยนไปเมื่อเราได้ลองสัมผัส Macbook Pro 2016 ของจริง  ต้องติดตามกันต่อไปครับ




Oadtz (https://www.oadtz.com)

A Software Engineer and Photographer